3 ตำแหน่งที่ เชลซี ควรเสริมทัพหลังพ้นโทษห้ามลงทะเบียนแข้งใหม่

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับ เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หลังจากที่ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษห้ามทำการลงทะเบียนนักเตะหน้าใหม่เหลือเพียงแค่ช่วงเดียว

จนทำให้พวกเขาสามารถดึงแข้งหน้าใหม่มาร่วมทัพและใช้งานได้ทันทีในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตอนแรก เชลซี โดนสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ลงโทษห้ามลงทะเบียนแข้งหน้าใหม่ 2 ช่วง ประกอบด้วยช่วงเดือนซัมเมอร์ที่ผ่านมากับช่วงเดือนมกราคมนี้ จากการที่ถูกตัดสินว่าคว้านักเตะเยาวชนมาร่วมทัพแบบผิดกฎถึง 29 รายด้วยกัน

ถึงแม้ว่าในฤดูกาลนี้ เชลซี จะกำลังทำผลงานได้ดีกว่าที่หลายคนคิด จากการเป็นอันดับ 4 ของตารางคะแนน ด้วยผลงาน 29 แต้ม จากการลงเล่น 15 นัด รวมถึงมีดาวรุ่งบางคนที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น อย่างเช่น แทมมี่ อับราฮัม และ เมสัน เมาน์ท เป็นต้น แต่มันก็ยังมีจุดที่พวกเขาสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ด้วยการเสริมทัพ ซึ่งวันนี้เราจะมาลองดูกันว่ามันมีตำแหน่งไหนบ้างที่ เชลซี ควรจะต้องซื้อในเดือนแรกของปี 2020

– แบ็กซ้าย
เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ ถือเป็นแบ็กซ้ายตัวหลักของ เชลซี ในฤดูกาลนี้ หลังจากได้ลงเล่นในลีกไปแล้ว 9 นัด ขณะที่ตัวเลือกอีกคนในตำแหน่งนี้มีเพียง มาร์กอส อลอนโซ่ เท่านั้น ถึงแม้ว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า แบ็กขวาชาวสแปนิชจะถูกโยกมารับบทบาทนี้ได้ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเท่าไหร่

ตัวเลือกที่น่าสนใจ : เบน ชิลเวลล์ กำลังทำผลงานได้น่าประทับใจกับ เลสเตอร์ ซิตี้ และควรจะเป็นเป้าหมายลำดับแรกสำหรับการเสริมทัพในตำแหน่งนี้ อย่างไรก็ตาม มันก็อาจจะเจอปัญหาได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้ เลสเตอร์ กำลังโชว์ฟอร์มได้สุดยอดจนอาจจะปล่อย ชิลเวลล์ ได้ยาก ซึ่งถ้าพวกเขาแห้วแข้งชาวอังกฤษแล้วนั้น ฟาอูซี่ กูลาม ดาวเตะ นาโปลี ก็ถือว่าน่าสนใจเหมือนกัน และน่าจะย้ายทีมได้ง่ายด้วย หลังจากตอนนี้ นาโปลี เจอปัญหาทั้งในและนอกสนาม

– กองหลัง
ในขณะที่ เชลซี มีเกมรุกที่ดุดันจนถึงขั้นยิงในลีกไปแล้ว 30 ประตู มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของลีก แต่พวกเขาก็มีปัญหาด้านเกมรับอย่างมาก หลังจากโดนยิงในลีกไปแล้ว 21 ประตู เยอะที่สุดในบรรดา 4 อันดับแรกของตารางคะแนนในตอนนี้ โดยพวกเขาเก็บคลีนชีทในลีกได้เพียง 3 นัด ก่อนลงเล่นกับ เอฟเวอร์ตัน ในวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม

ทั้งนี้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เลือกใช้งาน ฟิคาโย่ โทโมรี่ กับ คูร์ท ซูม่า เป็นคู่เซนเตอร์แบ็กคู่หลัก ซึ่งผลงานของทั้งคู่ก็ยังไม่เข้าขั้นคงเส้นคงวามากเท่าไหร่ และตัวเลือกอื่นๆ ก็ดูแล้วไม่พอดีที่จะฝากผีฝากไข้ได้ ไม่ว่าจะเป็น อันโตนิโอ รือดิเกอร์ หรือ อันเดรียส คริสเตนเซ่น

ตัวเลือกที่น่าสนใจ : ถ้าเกิด เชลซี อยากได้กองหลังที่พิสูจน์ฝีเท้าของตัวเองมาแล้ว เพื่อที่จะให้เข้ามาเป็นกำลังหลักในแผงหลังทันทีแล้วล่ะก็ คาลิดู คูลิบาลี่ ดาวเตะ นาโปลี คือเป้าหมายที่พวกเขาควรให้ความสำคัญมากที่สุด ดาวเตะชาวเซเนกัลโชว์ฟอร์มได้ดีมาระยะหนึ่งจนที่ผ่านมาก็มีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เป็นต้น แถม นาโปลี ก็กำลังอยู่ในสภาพเลวร้ายเหมือนที่กล่าวไปในกรณีของ กูลาม ทำให้มีโอกาสที่ นาโปลี จะยอมขาย คูลิบาลี่ ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมนี้

ถึงกระนั้น ถ้าหากต้องการเพียงอะไหล่ชั้นยอดแล้วล่ะก็ นาธาน อาเก้ อดีตกองหลังของพวกเขาที่ตอนนี้อยู่กับ บอร์นมัธ ก็คือคนที่น่าสนใจ โดยว่ากันว่า เชลซี มีเงื่อนไขซื้อเขากลับมาด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ด้วย ขณะที่ เบอนัวต์ บาเดียชิล กองหลังวัยเพียง 18 ปีของ อาแอส โมนาโก ก็ดูน่าซื้อมาร่วมทัพเช่นกัน

– กองหน้า
ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าตอนนี้ อับราฮัม คือหนึ่งในกองหน้าฟอร์มฮอตของ พรีเมียร์ลีก หลังจากทำประตูได้ถึง 11 ลูก จากการลงเล่นในลีก 14 นัด และทำให้เขาเป็นรองดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ เป็นรองเพียง เจมี่ วาร์ดี้ ที่ยิงไป 14 ประตู คนเดียวเท่านั้น (นับเฉพาะโปรแกรม 15 นัดแรกในลีก)

อย่างไรก็ตาม นอกจาก อับราฮัม แล้วนั้น พวกแดนหน้าตัวที่เหลือก็ไม่ใช่คนที่ดูพอจะฝากผีฝากไข้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ที่ลงเล่นในลีกไป 5 นัดแต่ยังทำประตูในลีกไม่ได้, มิชี่ บาตชูอายี่ ที่ลงเล่นในลีกไป 9 เกม และทำได้เพียง 1 ประตู และ เปโดร โรดริเกซ ที่ลงเล่นในลีกไป 4 นัด และยังทำประตูในลีกไม่ได้แม้แต่หนเดียว ซึ่งมันคงไม่ดีแน่ถ้าหาก เชลซี จะหวังพึ่งแต่ อับราฮัม มากเกินไป ถ้าเขาเจ็บขึ้นมาเมื่อไหร่จนลงเล่นไม่ไหว ทีมของ แลมพาร์ด ก็อาจจะงานเข้าได้ เหมือนอย่างเกมลีกที่แพ้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แบบพลิกล็อกนั่นแหละ

ตัวเลือกที่น่าสนใจ : ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมมาโดยตลอด หลังจากเขาทำผลงานได้สุดยอดในช่วงที่ผ่านมาจนหลายคนเชื่อว่าเจ้าตัวคงจะได้ย้ายไปอยู่กับทีมที่ใหญ่กว่าในเร็วๆ นี้ ขณะที่ มุสซ่า เดมเบเล่ ก็ดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน และทั้ง 2 คนนี้ก็ไม่น่าจะมีค่าตัวแพงเกินกว่าที่ เชลซี จะจ่ายได้